อาหาร » แกงสายบัวใส่ปลาทู (ไม่ใส่กะทิ) ทำทานเองได้ง่ายๆ

แกงสายบัวใส่ปลาทู (ไม่ใส่กะทิ) ทำทานเองได้ง่ายๆ

14 มกราคม 2023
997   0

แกงสายบัวใส่ปลาทู (ไม่ใส่กะทิ) ทำทานเองได้ง่ายๆ

แกงสายบัวใส่ปลาทู

แกงสายบัวใส่ปลาทู


สวัสดีค่ะวันนี้แอดมีเมนูแซ่บ ๆ  มาฝากค่ะ นั่นคือเมนูแกงสายบัวใส่ปลาทู แบบอีสาน ที่มีรสชาติ เปรี้ยว เค็ม เผ็ด ด้วยรสชาติของสมุนไพร และน้ำปลาร้า ที่ทำให้หลายๆ คนติดใจในรสชาติ  และแถมยังเป็นเมนูที่ดีต่อสุขภาพอีกด้วย สายบัวถือเป็นผักหาทานได้ไม่ยาก  ยิ่งแถวชนบทด้วยแล้วยิ่งหาทานสายบัวได้ง่าย เพราะเป็นพืชพื้นบ้านดั้งเดิมที่คนไทยรู้จักคุ้นเคยมาเนิ่นนานนั่นเอง

สรรพคุณและประโยชน์ของสายบัว

ช่วยบำรุงกระดูกและฟันให้แข็งแรง (สายบัว) ดอกช่วยแก้ไข้ตัวร้อน (ดอก)  ช่วยแก้อาการร้อนใน (ดอก) ก้านบัวสายมีรสจืดและเย็น ช่วยบรรเทาความร้อนในร่างกาย (ก้านบัว)  สายบัวมีเบตาแคโรทีน ซึ่งช่วยป้องกันและต้านโรคมะเร็งในลำไส้ (สายบัว)  ก้านดอกและไหลใช้รับประทานได้ โดยนำก้านดอกหรือใบมาลอกผิวหรือเปลือกที่หุ้มอยู่ออก แล้วเด็ดดอกและใบทิ้ง แล้วนำมาใช้รับประทานเป็นผักสดร่วมกับน้ำพริก หรือ นำไปปรุงเป็นอาหาร เช่น การทำแกง ผัด แกงส้ม แกงกะทิ ฯลฯ 

ประโยชน์ของปลาทู

  1. โปรตีนสูง ในเนื้อของปลาทูนั้น อุดมไปด้วยโปรตีนมากมาย โดยในปลาทู 100 กรัม จะมีโปรตีนอยู่ถึง 24.9 กรัม ซึ่งโปรตีนจากเนื้อปลาทูจะช่วยเสริมสร้างร่างกายให้เจริญเติบโต และซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกาย ทำให้ร่างกายแข็งแรง และ สุขภาพดี
  2. ช่วยบำรุงประสาทและสมอง ในปลาทูนั้นมีไขมันโอเมก้า 3 โอเมก้า 6 ไอโอดีน และกรดไขมัน DHA ที่ช่วยในเรื่องของความจำ การพัฒนาของระบบประสาทและสมอง และ ช่วยบำรุงสายตา
  3. ช่วยลดไขมันตัวร้ายในเลือด ปลาทูมีกรดไขมันชนิด PUFA กรดไขมันที่สำคัญ ซึ่งมีอยู่ในปลาทู ช่วยลดระดับไตรกลีเซอไรด์ในเลือด ลดความเสี่ยงโรคไขมันอุดตันในเส้นเลือด โรคหัวใจ และโรคเกี่ยวกับหลอดเลือด นอกจากนี้ยังมีกรดไขมัน EPA ช่วยลดคอเลสเตอรอลในเลือดได้อีกด้วย
  4. ป้องกันโรคซึมเศร้า ในปลาทูมีไขมันโอเมก้า 3 ซึ่งเป็นกรดไขมัน ที่จำเป็นต่อร่างกายและสมอง หากได้รับน้อยเกินไปอาจเป็นสาเหตุของโรคซึมเศร้าหรือโรคสมาธิสั้นได้ โดยเฉพาะเด็ก ๆ ในวัยเรียนที่ต้องการสารอาหารที่สำคัญ อาจส่งผลต่อการพัฒนา ทางด้านการอ่านการเขียน ช้ากว่าเด็กคนอื่นๆได้ ดังนั้นควรรับประทานอาหารที่มีโอเมก้าสูงๆ อย่างเช่นปลาทู ให้พอเหมาะสมกับปริมาณ ที่ร่างกายต้องการ
  5. มีวิตามินที่หลากหลาย นอกจากปลาทูจะมีโปรตีนสูงแล้ว ยังเต็มไปด้วยวิตามินต่างๆ เช่น ธาตุเหล็ก แคลเซียม ฟอสฟอรัส วิตามินบี 1 บี 2 กรดไขมันจำเป็น ไนอะซิน ถึงแม้จะมีปริมาณอย่างละนิดแต่ก็เป็นสารอาหารที่สำคัญต่อร่างกาย ช่วยให้ร่างกายทำงานได้อย่างเต็มที่ ช่วยบำรุงประสาทและสมอง และยังช่วยบำรุงกระดูกและฟัน ในปลาทูมี แคลเซียมและฟอสฟอรัส สารอาหารที่ช่วยเสริมความแข็งแรงให้กระดูกและฟัน

เราจะเห็นได้ว่าทั้งในสายบัว และปลาทูนั้นมีประโยชน์มากมาย ถ้าเช่นนั้นเราก็มาลงมือทำและเตรียมวัตถุดิบเมนู แกงสายบัวใส่ปลาทู กันค่ะ

วัตถุดิบแกงสายบัวใส่ปลาทู

  • สายบัวปลอกเปลือกแล้ว หั่นเป็นท่อนๆ 
  • ปลาทูนึ่ง ( แกะก้างแล้ว )
  • มะขามเปียก , น้ำมะขามเปียก 1 ก้อน 
  • น้ำสะอาด   
  • น้ำปลาร้า
  • น้ำปลา
  • ผงชูรส
  • พริกขี้หนู
  • หัวหอมแดง
  • ต้นหอม
  • ใบแมงลัก

วิธีการทำ

  • เริ่มจาก ล้างสายบัวให้สะอาด แล้วพักไว้ก่อน
  • แกะก้างปลาทู เรียบร้อยเสร็จแล้วพักไว้   *** ถ้าไม่แกะก้างปลาทู ก็ได้ สามารถใส่ได้ทั้งตัวได้เลย ***
  • จากนั้นโขลกพริก กับ หัวหอมแดง แค่พอแหลก พักไว้
  • ล้างต้นหอม ให้สะอาด ตัดรากออก แล้วหั่นเป็นท่อน พักไว้
  • จากนั้นก็ล้างใบแมงลัก แล้วเด็ดใบให้เรียบร้อย เสร็จแล้วพักไว้
  • จากนั้น นำหม้อตั้งไฟกลางๆ ใส่น้ำสะอาดลงไป รอให้น้ำเดือดแล้วจึงใส่พริกแกงลงไป
  • เสร็จแล้วตามด้วยสายบัวที่เตรียมไว้ ใส่ลงไปในหม้อรอให้สายบัวสุกและยุบตัวลง
  • แล้วจึงปรุงรสชาติด้วย น้ำปลาร้า น้ำปลา มะขามเปียก หรือ น้ำมะขามเปียก ผงชูรส คนให้เข้ากัน ชิมรสชาติ
  • จากนั้นจึงใส่ปลาทูตามลงไป รอให้เดือนประมาณ 3 นาที ให้ปลาทูสุก
  • เสร็จแล้ว จึงใส่ต้นหอมหั่นท่อน และ ใบแมงลัก ลงไปคนให้เข้ากัน แล้วปิดไฟ
  • ตักใส่ถ้วย พร้อมรับประทาน จะเป็นข้าวสวย หรือ ข้าวเหนียวตามสะดวกเลยจ้า

ข้อมูลอ้างอิง : medthai
เรียบเรียง : นงนุช


บทความที่เกี่ยวข้อง